RSS

doorstops ดีไซน์เจ๋งๆ เติมอารมณ์ขันให้ประตูบ้านคุณ

แวะไปดูงานแปลก ไอเดียแหวกที่รวบรวมไว้ในเว็บ oddee เจองานดีไซน์ doorstops ที่หยุดประตูสุดจี๊ด เลยนำมาแชร์ให้ได้อ่านกัน

Kenny
เจ้าตัวนี้คลับคล้ายคลับคลากับ Kenny จากซี่รี่ย์สุดกวน South Park สังเกตให้ดีสีแดงรอบๆ หมวกด้านหลัง คือรอยเลือด หลังจากที่มันโดนประตูหนีบ

chese
ใครอยากวางกับดักล่อเจ้ามิคกี้เมาส์ ก็ลองชีส ก้อนนี้เลย รับรองอยู่นานคงทนไม่เน่าไม่เหม็นแน่

cross
ใครชอบแนวลึกลับ หรืออยากอินกับเทรนด์ vampire ลองไม้กางเขนกั้นประตูชิ้นนี้ รับรองผีดูดเลือดหนีกระเจิง

sexygal
ชิ้นนี้ไม่ต้องบรรยายมาก มีไว้ขำๆแกมเร้าใจ แต่ระวังมือดี เห็นแล้วอาจฉกไปดื้อๆ

mouse
มีชีสแล้ว ก็ต้องมีเจ้ามิคกี้เม้าส์แนวน่ารักๆ จะเปิดประตูเข้าหรือออก ก็แสนจะง่าย หางยาวสะขนาดนั้น

leaf
ประหนึ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง กั้นประตูด้วยใบไม้แนว eco สุดเก๋ เพิ่มบรรยากาศห้องให้สดชื่นขึ้นเป็นกอง

devil
เปลี่ยนฟีลมาสนุกๆ กับเดวิล สีสันสุดแสบ ก็ไม่เลว

rabbit
ดูท่าเจ้ากระต่ายน้อยมันคงเหนื่อยจากการเปิดปิดประตูทั้งวัน ตัวงอเชียว

tube
หลอดสี มีหลายเฉด ทั้งหวานทั้งขรึม ยกมาเกือบทุกแพนโทน จะให้ดีมีครบเซ็ต เปลี่ยนบรรยากาศได้ไม่มีเบื่อ

blob
ไอเดียง่ายๆ แต่แอบเก๋ไม่เบา เค้าทำเพื่อโปรโมตยาแก้ปวดหัว หัวโดนบีบสะตาใหญ่เล็กไม่เท่ากันเลย กินแล้วจะหายมั้ยเนี่ย

doggy
สาวกน้องหมา คงถูกใจสุดๆ มีน้องหมาตัวจิ๋วไว้เฝ้าประตู กลัวแต่จะโดนขโมยไปเพราะความน่ารักนี่แหละ

splat
ชิ้นสุดท้าย เจ้า splat สีสดๆหยุ่นๆ ง่ายๆแต่ลงตัว เลยกวาดรางวัลมาหลายเวที

ใครอยากหา doorstop เก๋ๆ ลองเลือกอันที่เข้ากับห้องหรือแนวบ้าน นอกจากช่วยให้บ้านคุณมีสไตล์แล้ว ยังบ่งบอกตัวตนเข้าของบ้านได้ดีเชียว

 
Leave a comment

Posted by บน มิถุนายน 2, 2011 in ต่อมน้ำย่อย

 

ป้ายกำกับ: , ,

ทฤษฏี “วัตถุในถัง” เรื่องของคนกับงาน

หยิบเอาเรื่องเล่าจากฟอร์เวิร์ดเมล์ ที่น่าสนใจสำหรับใครหลายคนที่กำลังรู้สึกว่า
ทำไมวันๆหนึ่งถึงไม่เคยพอสักที ทำนั่นทำโน่น นี่ไม่เสร็จสักชิ้น หรืออีกหลายคนที่คิดว่า
ชีวิตชั้นมันยุ่งอิงรุงตุงนัง จนไม่รู้จะจัดการกับงานที่นับวันจะสุมและสูงขึ้นให้หมดไปได้ยังไง

ลองอ่านแง่คิดที่ขงเบ้งสอนเล่าปี่ไว้ แล้วเอามาย้อนดูวิธีการทำงานของเราดู
บางทีงานหรือปัญหาที่กองสุมอยู่ตรงหน้า อาจจะคลี่คลายเสร็จไปได้ง่ายและเร็วกว่าที่คิดได้

เมื่อขงเบ้งสอนเล่าปี่เกี่ยวกับเทคนิคการบริหารเวลา
ทุกวันทุกคนบนโลกใบนี้มีเวลาเท่าเทียมกันคือ 24 ชม.
อย่างไรก็ดี มองจากแง่มุมของเศรษฐศาสตร์เวลาของทุกคนมีคุณค่าไม่เท่ากัน
การบริหารเวลาของแต่ละคนจึงหมายถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับความพ่ายแพ้
ค่าของเวลาเกี่ยวข้องกับสมรรถภาพ ซึ่งในแง่ธุรกิจคือต้นทุน
ฉะนั้นสถาบันศึกษาทุกแห่งที่สอนวิชาการบริหารธุรกิจจึงมีหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารเวลา

ครั้งหนึ่ง เล่าปี่ ขอขงเบ้งให้แนะนำวิธีสร้างตนเป็นอภิมหาเศรษฐีแห่งดินแดน
ขงเบ้ง ว่างานใหญ่เช่นนี้ต้องวางแผนและรู้จักบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
เล่าปี่ กล่าวว่า ‘ ข้าฯเห็นด้วยในหลักการแต่ทว่าข้าฯมีงานมากมายที่ต้องทำทุกวัน
จนเวียนเกล้าเวียนศีรษะไม่เคยมีเวลาพอที่จะจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างได้เลย ‘
ขงเบ้ง บอกให้ลูกน้องไปเตรียมก้อนหิน ก้อนกรวด ก้อนทราย และน้ำจำนวนหนึ่ง พร้อมถังเหล็กใหญ่หนึ่งใบ
เล่าปี่ถามด้วยความแปลกใจ ‘ ท่านเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่ออะไร?
‘ ขงเบ้งยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมกับตอบด้วยคำถามว่า ‘ ท่านบริหารเวลาด้วยวิธีใด? ‘
เล่าปี่ตอบว่า ‘ ข้าฯเคยคิดว่า ข้าฯมีเทคนิคที่ดีอยู่แล้ว คือใช้วิธีมอบหมาย ข้าฯมีผู้ช่วยอยู่รอบด้าน
ตั้งแต่กวนอู เตียวหุย เจ้าหยุน ฯลฯ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ด้านต่างๆ แต่งานทั้งหลายก็ยังพันกันอีรุงตุงนัง
ไม่สามารถปรับให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้นได้ เดิมข้าฯคิดว่าคือแมลงวันไม่มีหัวอยู่ตัวเดียว
แต่หลังการใช้ระบบมอบหมายงาน กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันบริษัทมีแมลงวันหัวขาดเป็นฝูง!! ’

ขงเบ้งฟังแล้วจึงเริ่มอธิบายว่า
‘ เทคนิคการบริหารเวลาสามารถแบ่งเป็นสามขั้น สูง กลาง และต่ำ
ขั้นต่ำ เน้นการใช้เศษกระดาษบันทึก
ขั้นกลาง ใช้ตารางและโปรแกรมประจำวันซึ่งสะท้อนความสำคัญของการวางแผน
ส่วนขั้นสูง เน้นการจัดการโดยแบ่งแยกประเภทของหน้าที่การงานตามดีกรี ควรเน้นการใช้แผนดำเนินงาน
ตามสำคัญของงานเพื่อพิจารณาลำดับความเร่งด่วนในการจัดการงานดังกล่าว

ทั้งสามขั้นอันดับ ต่างมีเรื่องการมอบหมายงานเกี่ยวข้องอยู่ด้วยตามความต้องการของปริมาณ
และลักษณะเฉพาะของงานแต่ละชิ้น ’
เล่าปี่สารภาพว่า ‘ หากพิจารณาตามการแบ่งขั้นของเทคนิคการบริหารเวลาแล้ว
ข้าฯยอมรับว่าวิธีของข้าฯอยู่ที่ขั้นต่ำ เพราะใช้แค่การส่งใบ slip บันทึก ‘
ขงเบ้งชี้ไปที่ถังเหล็กกับกองวัสดุที่ผู้ช่วยได้เตรียมเสร็จไว้มุมห้องพร้อมกล่าวว่า
‘ คำตอบของการบริหารขั้นสูงอยู่ในถังเหล็กใบใหญ่นี้แหละ!
ความจุของถังนี้เปรียบเสมือนขีดความสามารถของคนๆ หนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง
ก้อนกรวด เปรียบได้กับงานที่สำคัญและเร่งด่วน ก้อนหิน คือ ภาระที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
เม็ดทรายเปรียบได้กับภาระที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ และน้ำ คือหน้าที่ที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ‘
ขงเบ้งอธิบายพรางวาดผังประกอบคำอธิบาย ดังในตารางประกอบ

‘ ปกติท่านเน้นงานประเภทใด? ‘ ขงเบ้งถาม ‘ ก็ต้องเป็นประเภท ‘ ก.‘ เล่าปี่ตอบอย่างไม่ลังเล
‘ แล้วงานประเภท ข. ล่ะ? ‘ ขงเบ้งถามต่อไป
เล่าปี่ตอบว่า ‘ ข้าฯตระหนักถึงความสำคัญของงานประเภท ข. แต่ก็ไม่มีเวลาพอที่สนใจมัน ‘
‘ เป็นอย่างนี้ใช่ไหม ‘ ขงเบ้งถาม พรางใส่กรวดลงไปในถังเหล็กจนเต็ม
แล้วพยายามใส่ก้อนหินเข้าไปซึ่งใส่ไม่ได้ เล่าปี่ตอบว่า ‘ ใช่ ! ‘
‘ และหากเปลี่ยนวิธีบรรจุใหม่ล่ะ? ‘ ขงเบ้งถามต่อ
พลางใส่ก้อนหินทีละก้อนเข้าไปในถังก่อนจนใส่ไม่ได้แล้ว
จึงถามเล่าปี่อีกว่า ‘ ตอนนี้ถังเหล็กเต็มแล้วจะใส่อะไรลงไปอีกไม่ได้ใช่ไหม? ‘
ซึ่งเล่าปี่ตอบว่า ‘ ใช่ ‘ ‘ จริงหรือ? ‘ ขงเบ้งถามแล้วหยิบก้อนกรวดใส่เข้าไปข้างบนถังแล้วเขย่า
ให้ก้อนกรวดตกลงไปในถังจนหมด
‘ บัดนี้ถังเหล็กใบนี้ใส่อะไรลงไปอีกได้หรือไม่? ‘ ขงเบ้งพูดพรางเทเม็ดทรายลงไปอีก
จนหมด ‘ แล้วทีนี้ละ? ใส่อะไรลงไปอีกได้ไหม? ‘ ขงเบ้งถามต่อไป
แต่ก่อนที่เล่าปี่มีโอกาสตอบ ขงเบ้งก็ตักน้ำที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในถังเหล็กอีกจนหมด
‘ ตอนนี้ท่านเข้าใจความหมายของการทดลองนี้แล้วหรือยัง? ‘ เล่าปี่ตอบว่า ‘ เข้าใจแล้ว ‘

พร้อมกับถามต่อว่า ‘ นี่คือสิ่งที่ท่านกล่าวถึงเมื่อสักครู่เกี่ยวกับการจัดการแบบแยกประเภท
และเลือกการจัดการก่อนหลังใช่ไหม? ‘
ขงเบ้งตอบว่า ‘ ใช่แล้ว การทดลองชี้ให้เห็นว่าหากถังเหล็กตั้งแต่แรกก็เติมเต็มไปด้วยก้อนกรวด
ทรายและน้ำ ก็คงไม่มีโอกาสใส่ก้อนหินลงไปได้ แต่ถ้าใส่ก้อนหินลงไปก่อนในถัง
ยังมีเนื้อที่ที่จะใส่สิ่งอื่นๆ เข้าไปได้อีก ดังนั้น การบริหารเวลาที่ได้ผลต้องดูว่า อะไรคือก้อนหิน
อะไรคือก้อนกรวด เม็ดทราย และน้ำฯลฯ และไม่ว่าจะเป็นประการใดก็ต้องใส่ก้อนหินลงไปในถังเป็นอันดับแรก ‘
เล่าปี่ยังถามว่า ‘ แล้วการวิเคราะห์แยกแยะเรื่องต่างๆ ออกเป็นสี่หมวดนี้มีผลอย่างไรล่ะ? ‘
ขงเบ้งตอบว่า ‘ บุคคลจำพวกที่ว้าวุ่นอยู่กับเรื่องราวประเภทก้อนกรวด ย่อมมีความรู้สึกถูกเวลากดดัน
และวนเวียนอยู่ในแดนวิกฤตจนอ่อนล้า พวกที่เน้นเรื่องประเภทเม็ดทรายจะขาดพลังสร้างสรรค์
ชอบฟังคำพูดเพราะหู คบคนแบบผิวเผิน พวกที่นิยมเรื่องราวประเภทน้ำมักบกพร่องเรื่องสำนึกรับผิดชอบ
แม้กระทั่งเรื่องสารทุกข์สุกดิบของตนเอง ‘

เล่าปี่ถามว่า ‘ เป็นไปได้ไหมที่ว่าถ้าเน้นก้อนหินมากเกินไปจะมองข้ามก้อนกรวด เพราะก้อนกรวดมากับความเร่งด่วน? ‘
ขงเบ้งตอบ ‘ ท่านทราบไหมว่าก้อนกรวดมาจากไหน? ก็มาจากก้อนหินที่แตกสลายไง! ‘
และเสริมว่า ‘ คนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องประเภทก้อนหินจะมีก้อนกรวดน้อย
คนที่เน้นก้อนกรวดก็จะมีก้อนกรวดเยอะตลอด ‘
ขงเบ้งสอนต่อไปว่า
‘ คนที่อิงเรื่องประเภทก้อนหินเป็นคนมีประสิทธิภาพเพราะเขาจะเก่งในการวิเคราะห์สถานการณ์
เวลา และสิ่งแวดล้อม สามารถจับประเด็นหลักของปัญหา สามารถจัดการกับเรื่องเร่งด่วน
และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกินกว่าเหตุ กล้าฟันธงและใช้มาตรการป้องปราม
บุคคลจำพวกนี้จะมีวิสัยทัศน์ มีอุดมการณ์ เคารพระเบียบ สามารถควบคุมตัวเอง
ดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย และสามารถทำงานชิ้นใหญ่ได้ ‘

เล่าปี่ชื่นชอบทฤษฎี ‘ วัตถุในถัง ‘ ของขงเบ้งเป็นอย่างมาก พร้อมกับสารภาพว่า
‘ มาวันนี้ข้าฯถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า การต่อสู้ของข้าฯทำไมจึงยังลุ่มๆ ดอนๆ
เพราะแม้ว่าข้าฯ มีขุนพลเก่งๆ เช่น กวนอูและเตียวหุย แต่พวกเขาจะก้าวหน้าได้อย่างไร
ตราบใดที่คนที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างพวกเขาจมปลักอยู่กับเรื่องจิ๊บจ๊อย กับทำงานลักษณะ
‘ เก็บเม็ดงาแต่ทิ้งแตงโม ‘ (เจี่ยนเลอจือหมาติวเลอซีกวา) ขืนดำเนินตามวิธีนี้ต่อไป
ความพยายามของข้าฯที่จะเป็นอภิมหาเศรษฐีนัมเบอร์วันในแผ่นดินก็คงเป็นได้แค่ ความฝัน ! ‘

คุณจะจัดการกับตัวเองและงานที่ทำแบบไหน?
ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้ว…

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

before VS After ของชีวิตคู่

ฟอร์เวิร์ดเมล์นี้ หลายคนอาจเคยผ่านตามาแล้ว
แต่ถ้าใครยังไม่เคย ลองอ่านดูสักนิดล่ะกัน
ยิ่งใครๆที่อยู่ในอาการเครียดๆ หรือกำลังเม้งอยู่กับคู่รักของคุณ
ข้อความด้านล่างนี้ คงจะช่วยให้คุณได้เห็นสัจธรรมของชีวิตขึ้นมาบ้าง

เอาน่า… ชีวิตนึงของคนเราใครจะรู้ว่าจะตายเมื่อไหร่วันไหน
ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็รักกันไว้เถิด ยิ่งชีวิตคู่ ทะเลาะบ้าง กุ๊กกิ๊กบ้าง เป็นเรื่องปกติ
ตึงบ้าง หย่อนบ้าง ปล่อยบ้าง วางบ้าง ประคับประคองกันไป
จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเลยจะดีกว่ามั้ย ก่อนที่จะสายไป

ลองอ่านเรื่องขำๆ บทสนทนาระหว่างสามีภรรยาคู่นี้
แล้วให้สมองหลั่งสารความสุข จนคุณหัวเราะไม่หยุด
ช่วยต่อชีวิตให้ยืนยาวขึ้นอีกนิดกันดีกว่า

เรื่องจริงก่อนแต่งงาน….!!

”’ช.”’ ผมจะรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเลย เพื่ออนาคตของเราทั้งสอง

”’ญ.”’ คุณอยากจะไปจดทะเบียนฯ กับฉันที่อำเภอมั้ยคะ?

”’ช.”’ แน่นอนที่สุด ผมภาวนาให้ได้ยินคำนี้จากปากคุณมานานแล้ว

”’ญ.”’ แล้วคุณจะเลิกกับฉันมั้ยนี่?

”’ช.”’ ไม่มีทางเด็ดขาดเลย ต่อให้ผมตายก็เถอะ

”’ญ.”’ ถ้าฉันงอนคุณขึ้นมา คุณจะง้อฉันหรือเปล่า?

”’ช.”’ สำหรับคุณแล้ว ผมจะพยายามทำทุกวิธี ที่คิดได้เลยเชียวแหละ

”’ญ.”’ แล้วคุณคิดจะรังแกฉันบ้างมั้ยคะ?

”’ช.”’ ผมคงต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ ถ้าจะทำอย่างนั้นกับคุณ

”’ญ.”’ จูบฉันสักครั้งซิคะ

. . .

หลังแต่งงานแล้ว 10 ปี
…ให้กลับไปอ่านย้อนขึ้น …

 

ป้ายกำกับ: , ,

โคมไฟ ดีไซน์จี๊ดโดน!

ไม่ได้เข้าเว็บ oddee มานาน อัพเดทเรื่องแปลกๆรอบโลกแทบไม่ทัน
ว่าจะทยอยคัดสรรเรื่องเก๋ๆ มาเล่าสู่กันฟัง
พอดีกำลังหาซื้อโคมไฟ เลยไปสะดุดกับเรื่องนี้เข้า
แต่ละชิ้นน่ารักอยากครอบครองมากมาย
งานโคมไฟ ดีไซน์แปลก สวยเริ่ดไม่ซ้ำใครแบบนี้ เหล่าดีไซเนอร์
คงคิดจนหัวโตกันแน่ๆเลย งานที่ออกมาจึงเจ๋งสุดๆ

1. The Colgao
lamp01

โคมไฟชิ้นเก๋นี้ออกแบบโดย design studio Enpieza ประเทศสเปน
ชื่อ colgao ภาษาสเปนแปลว่า แขวน จึงเป็นไอเดียของโคมไฟนี้
ที่ดีไซเนอร์สื่ออารมณ์ขัน แบบตลกร้าย ออกมาคล้ายๆกับ Mr.hangman เลย
ใครเห็นก็ต้องอดอมยิ้มไม่ได้เหมือนกัน

2. The Light Drop
lamp02

ผลงานแปลกตา ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวบราซิล Rafael Morgan
ดีไซน์เป็นก๊อกน้ำ เปิดปุ๊บน้ำไหลออกมาเป็นแสงไฟ คิดได้ไงเนอะ
แถมหมุนวาวล์ก๊อกเพื่อดิมไฟให้สลัวๆ ได้ด้วยนะ โอย..อยากได้บ้าง

3. Mannequim Lamps
lamp03

อันนี้เห็นแล้ว จี๊ด… โคมไฟไรเนี่ยช่างกล้าให้ใครต่อใครจับโพสได้ขนาดนั้น
ชอบท่าไหน จะยกให้สูงหรือดึงให้ต่ำ แบบไหน จับดัดโพสท่าได้เลย
โอย แค่คิดก็สนุกแล้ว อยากได้บ้าง จะได้จับโพสท่าไม้เด็ดสะเลย
ใครมาบ้าน คงงง ว่านี่มันโคมไฟหรืออะไรกันเนี่ย…
ผลงานออกแบบโดย Daniel Loves Objects.

4. The Liquid Lamp
lamp04

แนวคิดสุดโต่ง แหวกแนวเช่นนี้ ไม่มีใครเกินชาวยุ่นโน่น
โคมไฟไรดูเหมือนถังสีหก แต่ดูใกล้ๆสีแดงที่หกเลอะออกมา
นั่นคือ ฐานของโคมไฟต่างหาก ..ตาโตเลยใช่มั้ยล่ะ
เจ้าของไอเดียเก๋แหวกอากาศแบบนี้ คือนาย Kouichi Okamoto แห่ง DCS Corp.
เหมือนคิดง่ายๆเนอะ แต่กว่าจะออกมาเป็นน่าตาแบบนี้ได้ คงเอาการอยู่

5. Abyss Table Lamp
lamp05

บิดเป็นเกลียว ดัดเป็นรูปทรงที่ต้องการได้ สำหรับเข้าโคมไฟตั้งโต๊ะชิ้นนี้
ผลงานจาก Kundalini ขากอิตาลี ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่เป็นข้อๆ
ซึ่งทำจากโพลีคาร์บอเนตแล้วซ่อนหลอด LEDs ด้านใน ในแต่ละข้อ
เราจึงได้สนุกกับการดัดๆ หมุนๆ ตามใจชอบ อยากให้เป็นงูขดไปมา
หรือหมุนเป็นหอยสังข์ ก็ทำได้หมด

6. Intravenous Lamp
lamp06

อยากให้บ้านมีสไตล์มั้ย…ถ้าตอบว่าใช่ ลองโคมไฟตั้งพื้นนี้เลย
คุณอาจรูสึกแปลกๆ ประหนึ่งว่ายกโรงหมอมาไว้บ้าน
เค้าก็แค่จำลองเอาเสาห้อยน้ำเกลือระโยงระยางมาก้อแค่นั้น
ไงล่ะ แจ่มเลยใช่มั้ย อยากสว่างน้อยก้อแขวนสักดวงสองดวง
หรือสว่างมากก้อเต็มที่เลย 4 ดวง สว่างเลือกได้ ของชอบเลยล่ะ
ผลงานเท่เหลือเกิน ออกแบบโดย Christain Maas

7. Brain Lamp
lamp07

โคมไฟสมองคน ฟังดูยังกะหนังผีเนอะ แต่ปล่าวนะ ออกจะสวยเก๋จะตาย
โคมไฟตั้งโต๊ะเป็นสมองคนแบบนี้ เปิดตอนคิดงาน รับรองไอเดียบรรเจิดปิ๊งๆแน่
ชิ้นนี้ออกแบบโดย Alexander Lervik ชาวสวีเดน ผู้ที่มีผลงานในชุด
โคมไฟ DNA มาแล้ว สงสัยพี่แกจะชอบอนาโตมีร่างกายมนุษย์แหงๆๆ

8. Moon Walk Lamp
lamp08

อยากเพิ่มความสนุก สีสันมันส์ๆให้กับบ้านก็ต้องนี่เลย
โคมไฟ Moonwalk ผลงานของ Thomas De Lussac ชาวฝรั่งเศส
มาเป็นกลุ่มแดนซ์เซอร์ รับรองปาร์ตี้อีกยาวแหงมๆ
โครงสร้างทำจากอลูมิเนียมอย่างดี แถมมีหลายสีให้เลือกอีกด้วย
จะมาเดี่ยวหรือเป็นทีมก็น่าสนใจหมด แต่กระเป๋าคงฉีกแหงมๆ

9. X” Lamp
lamp09

แค่มีเจ้า X Lamp อันนี้ไปตั้งที่บ้าน บ้านก็ดูดีมีสไตล์เป็นกองชัวร์
ผลงานของ PRoToCol ฝรั่งเศส ไอเดียเก๋ไก๋ไม่เบา
แสงไฟออกได้ 4 ทิศทางเลย ช่วยเพิ่มสีสัน สนุกขึ้น
แถมยังมีสีน้ำเงิน และแดงให้เลือกอีกด้วย ใครรักชาเหมาเลยทั้ง 3 สี

10. Lull Lamp
lamp10

ผลงานชิ้นนี้เคยได้รับรางวัลที่นอร์เวย์เมื่อปี 2007 มาแล้ว
เจ้า Lull สามารถหุบและบานเหมือนดอกไม้ได้ หวานและน่ารักมากมาย

11. Fragile Future 2 Led Lamp
lamp11

โคมไฟชุดนี้คล้ายแผงวงจรไฟฟ้าทำนองนั้นเลย
งานชิ้นนี้เค้าสั่งผลิตได้นะ อยากได้แผงวงจรเล็ก
หรือชุดใหญ่ติดเต็มผนังก็ทำได้ รับรองผนังบ้านดูเก๋ขึ้นแน่ๆ
ผลงานของ Lonneke Gordijn หนุ่มดัชท์ ที่ทำงานให้กับ DesignDrift

12. RA Desk Lamp
lamp12

โคมไฟตั้งโต๊ะชิ้นนี้เหมือนหัวงูไม่มีผิด แถมมีสองหัวด้วยนะ
ใครเป็นเจ้าของ มีหวังลวดลายหัวงูปรากฏแน่นอน คิดไปนั่น
ส่วนหัวนั่นทำจากเคเบิลไฟเบอร์ออฟฟติค จับขยับบิดไปมาได้
ดีไซน์โดย Ettore Cimini จาก Lumina อิตาลี

13. Recycled Book Lamp
lamp13

ผลงานชิ้นนี้ เป็นโปรเจ็ค DIY ของ Instructables เว็บ DIY
สุดออตจากอเมริกา โดยที่โปรเจ็คนี้มีจุดประสงค์เพื่อเติมแสงสว่าง
ทางปัญญาให้กับเด็กๆ โดยการเอาสมุดหรือหนังสือที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิล
ให้เป็นโคมไฟชิ้นเก๋ ใครเห็นแล้วอยากทำขึ้นเองบ้าง ลองเข้าเว็บของ
Instructables ไปดูวิธีการทำได้
เพื่อคุณจะได้มีไอเดียใหม่ๆ หรือทำของเก๋ๆ ง่ายๆด้วยตัวเอง

14. Orca Lamp
lamp14

โคมระย้า แสนเก๋ที่แขวนกลางห้องนั้น คุณอาจงงว่า
ทำไมมันถึงได้บะละฮึ่ม ใหญ่ขนาดนั้น…อย่าเพิ่งตกใจ
จริงๆแล้วมันมีน้ำหนักเบามาก เพราะทำด้วย PVC
เป่าลมให้พองโตขึ้น คล้ายๆกับตุ๊กตาเป่าลมที่มีขายตามรถเข็น
จะให้เรียกโคมไฟนี้ว่า โคมอากาศ ก็ได้นะ
ออกแบบได้น่ารักด้วยสีขาว ดำ ล้ำสมัยสุดๆ ฝีมือ 2 สาว
ดีไซเนอร์ชาวโปแลนด์ Anna Siedlecka และ Radek Achramowicz

15. Darth Vader Lamp
lamp15

ปิดท้ายด้วยผลงานขำๆ โคมไฟหน้า Darth vader
ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ Starwar ก็เป็นทางเลือกให้สะสมได้
สนใจก็แวะไปที่ Collectors Gallery ดูได้

เค้าว่าแสงสีจากไฟ สร้างอารมณ์ ความรู้สึกให้เราได้
โคมไฟที่ดีไซน์สวยๆ เข้ากับสไตล์แต่งบ้านของเรา
น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศในบ้านของคุณ
ให้สดใส อบอุ่น หรือลึกลับ ก็น่าสนใจได้เหมือนกัน

 
Leave a comment

Posted by บน พฤษภาคม 11, 2009 in ต่อมขยาย

 

ป้ายกำกับ: , ,

เริ่มต้นตัดสินใจ…

หลังจากหลุดพ้นจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน
ก็ได้มีอิสระ มีเวลาเหลือเฟือที่จะทำนั่นนี่โน่นตามใจอยาก
การได้เข้าคลาสเรียนด้าน product design ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ที่เคยฝันไว้เมื่อยังเด็ก ห้องเล็คเชอร์ที่นี่ทำให้เราดูเด็กลงไปอีกเยอะ
รู้สึกแบบนั้นจริงๆ การได้กลับมานั่งเรียนทำให้ความสดใสในชีวิต
กลับมาด้วยเหมือนกัน อย่างที่เค้าว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน
ความรู้มีอยู่มากมาย ทีผ่านมาในชีวิตมันแค่เศษเสี้ยวเท่านั้นจริงๆ

คลาสนี้แม้ว่าเราไม่ได้มีความรู้ด้านออกแบบเลยสักนิด แต่ก็ไม่มีปัญหา
สิ่งสำคัญของนักออกแบบที่ดี คือ มีความคิดสร้างสรรค์ต่างหาก
ใครๆก็มีความคิดทั้งนั้น แต่ถ้าแปลกใหม่ แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร
แถมเข้าท่า ทำได้จริงนี่สิ ถึงเรียกว่านักออกแบบจริงๆ
จะต้องคิดจนหัวระเบิด เป็นร้อยเป็นพันชิ้น
ตราบใดที่เรายังสนุก ยังไม่ละความพยายาม สักวันเราต้องมีงานที่ดีๆ ออกมาแน่นอน

ว่างงานปุ๊บ เริ่มงานใหม่ปั๊บ จะว่าไปแล้ว เราอาจโชคดีกว่าใครหลายคน
เพราะที่บ้านยังมีกิจการรอให้ลูกๆรับช่วง แถมยังโชคดีอีกต่อนึง
ที่เป็นกิจการที่อยู่ในสายงานที่เป็นความฝันของเราด้วย
คือการได้ออกแบบ สร้างสรรค์งานดีไซน์
ของแต่งบ้านชิ้นเล็กๆชิ้นนึง มีคนสนใจซื้อไปตกแต่ง
รู้ว่าสินค้าที่เราคิดขายออก ก็รู้สึกตื่นเต้นลิงโลดแล้ว
บางทีความสุขมันก็เกิดขึ้นได้ใกล้ๆตัว แค่รู้ว่ามีใครสักคน
ชอบและซื้อในสิ่งที่เราทำขึ้นมา มันก็อิ่มเอมได้ไม่รู้ตัวเลยเชียว

ใครอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าจริงๆอยากทำไร หรือใครที่อยู่ในสถานภาพ
ของคนว่างงาน ช่วงว่างๆแบบนี้ ลองไปเรียนรู้หาไรใส่สมองดูสิ
บางทีเราอาจจะค้นพบตัวเองจากประสบการณ์ครั้งนี้ก็ได้
มีคอร์สไหนเปิด คลาสไหนน่าสนใจ ลองไปสมัคร ไปเรียนรู้
โดยเฉพาะคลาสไหนเป็นวิชาชีพ ที่ได้ลงมือผลิต ทำจริงๆแล้ว
แบบนี้ก็น่าสนุกไปน้อย เราจะได้รู้ว่า มันใช่ที่ชอบมั้ย หรือไมไหวเอาสะเลย
เดินเข้าไปหา ถ้าไม่ไปก็ไม่มีวันรู้ว่ามันใช่หรือไม่…

เอาใจช่วยทุกคนที่ว่างงาน และที่คิดจะเปลี่ยนงาน
ลองถามใจตัวเองและหาคำตอบให้เจอ ไม่มีไรยากเกินกว่า
การทำการตัดสินใจ…
เอาง่ายๆเลย เพียงแค่ตัดสินใจที่จะเริ่ม…. คุณตัดสินใจได้รึยัง

 

ป้ายกำกับ: , ,

ตกงานอย่างเป็นสุข!

รู้สึกเคว้งเหมือนลอยเวิ้งอยู่กลางอากาศ
ยืนงงตกอยู่ในภวังค์ แม้ใครสะกิดก็ไม่อาจรับรู้ได้
อาการนี้เกิดขึ้นอัตโนมัติ หลังจากที่เหตุการณ์บางอย่าง
ส่งตรงมากระทบจิตใจจนเกินกว่าจะรับได้
คุณเคยรู้สึกแบบนี้บ้างมั้ย…

สำหรับเราถ้าจำความได้ อาจมีบ้างแต่ไม่มีอาการมากขนาดนั้น
อาจจะลอยๆ นานเกิน 2 นาที บ้าง แต่ก็
ดึงสติกลับมาได้ทุกครั้งทำนองนั้น

แต่ครั้งนี้สิ ไม่เหมือนครั้งก่อน เพระอาการนี้มันสะกดใจ
ปล่อยสติให้เตลิดไปไม่อยู่กับตัว นานเอาหลายนาทีเหมือนกัน
นับว่านานที่สุดเท่าที่มีมา

อะไรล่ะ ที่ส่งผลรุนแรงต่อจิตใจขนาดนั้น
แขนขาแทบไม่มีแรง สมองชา
มืดแปดด้าน มันเป็นยังไงก็เพิ่งรู้ก็ครั้งนี้

แฟนบอกเลิก…ดูเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่
ถูกสะกดรอยตาม…คนนั้นคงคิดผิดมาก ยังไม่ใช่
โดนปล้นจี้…ก็ยังไม่ใช่
เสียของรัก…เข้าท่าแต่ก็ยังไม่ใช่

จริงๆไม่มีอะไรเลย มันก็แค่คำพูด
2-3 ประโยคแค่นั้นจริงๆ

“คุณคงรู้ว่าสถานการณ์ภายในออฟฟิสเป็นยังไง”
ได้ยินแค่นี้ก็รู้แล้วว่า…ตาฝรั่งหัวแดงจะบอกอะไรต่อ

“แผนกเราโดนผลกระทบครั้งนี้ด้วย…
และเราจำเป็นที่ต้องปลดคนออก..”

แค่นี้ใช่มั้ยที่แกเรียกชั้นเข้ามาบอก
จะบอกว่าชั้นถูกล็อตเตอรี่ล่ะสิ
เลขที่ออก ถึงมาตกที่ชั้นเนี่ยยยย
ในใจแอบเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า
เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ข่มใจยอมรับ แล้วเดินออกมา
อย่างไม่ตีโพยตีพาย ประหนึ่งว่า ชั้นเฉยๆ

หลังจากเดินออกมาจากห้องเชือด จะเรียกแบบนั้นก็ได้
ความรู้สึกอิสระ ปลดปล่อย ช็อค
มันปนเปกันมั่วไปหมด…

ใจจริงก็เบื่องานมาเต็มแก่ แต่ยังประวิงเวลา
กินเงินเดือนไปก่อน เศรษฐกิจแบบนี้
มีแต่คนบอกว่ามีงานก็ทำไปเหอะ ดีกว่าตกงาน

ก็เลยทำแบบทนๆไป จนในที่สุดทางเลือก
มันก็มักเดินทางเข้ามาหาเราเอง
โดยที่ไม่ต้องตัดสินใจเลย

คิดไปแล้วก็ดีเหมือนกัน
หลายโครงการสารพัดในสมอง
ได้แต่คิดและคิด ไม่เริ่มทำสักที

…การตัดสินใจที่จะทิ้งงานและเงินที่ได้ประจำ
เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ทำอะไรที่รักและชอบด้วยตัวเอง
มันก็คงยาก ความสำเร็จกับความล้มเหลว
อยู่ใกล้กันเพียงพลิกฝ่ามือ หลายคนเลยไม่พร้อม
ที่จะสี่ยง ได้แต่ผลัดวันไปเรื่อยๆ รอและรอเวลาวันนั้น

ช็อค ตกใจ อึ้ง… เกิดขึ้นฉับพลัน
แต่มันก็หายไปในทันทีได้เหมือนกัน
คุ้มเกินคุ้ม เพื่อแลกกับ อิสระ สบายใจ
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นนายของตนเองท้าทายกว่า

ทางเลือกมีอยู่เสมอ
คำตอบก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
เพียงแต่เราจะเป็นผู้ค้นพบเอง
หรือไม่ต่างหาก…

ใครว่าตกงานแล้วไม่มีความสุข
ขอบอกว่าไม่จริงเล้ยยย :D

 
Leave a comment

Posted by บน กุมภาพันธ์ 12, 2009 in ต่อมน้ำยา, ต่อมน้ำเลี้ยง

 

ป้ายกำกับ: , , ,

hey hey hey!! I’m on holiday..

ได้มีโอกาสดู MV เพลง hey hey hey ของ room eleven
แล้ว ก็ทำให้รู้สึกอยากจะโดดออกจากห้องแคบๆ โต๊ะทำงานรกๆ
แล้วออกไปวิ่งเล่นที่ใหนสักที่ ตามแบบ MV เป๊ะๆ ให้รู้แล้วรู้รอด

ทั้งเรื่องเห็นแต่เท้าและเท้า ของผู้คนหลากหลาย
แต่เป็นเท้าที่ดูแล้ว มีความสุขบอกไม่ถูก ดูอิสระ สบายๆ อยากทำไรที่อยากทำ
วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ก็ต้องปล่อยให้ชีวิตได้สนุกเต็มที่แบบสุดๆ

ใครที่เหนื่อยล้ากับการทำงานมาตลอดทั้งอาทิตย์ ลองให้เวลากับตนเอง
ด้วยการพาเท้าคู่ชีพ เดินทางไปพักผ่อนสมองสักหน่อย ใครชอบสไตล์ไหน
แบบไหน ก็ทำเลย อย่างน้อย 1 อาทิตย์ ก็ต้องมีวันหยุดสักวันสินะ
work hard, play hard ให้รางวัลกับชีวิตบ้าง…

คลิ๊กดู MV
hey hey hey!, room eleven

walking1
walking2
walking3

Hey Hey Hey
You’re on a holiday
And you don’t hear
this song on repeat
Hey hey hey
You don’t have to stay
What ever you want
what ever you need

I wonder how many fingers
Filthy from browsing through
postcards with views
Have touched the sugar cube
I put in my mouth
To sweeten things up

Everybody is looking down
On miniatures of important statues
Comparing them at every boutique
They’re cheaper over there
But those were bigger
And there’s no room in my suitcase

Hey Hey Hey
You’re on a holiday
And you don’t hear
this song on repeat
Hey hey hey
You don’t have to stay
What ever you want
what ever you need

Oh the air is too humid
The food is shitty
Te beds are too hard
It’s far away from the beach
The only thing around
the corner is the ATM
So we spend our money
at the hotel bar

Hey Hey Hey
You’re on a holiday
And you don’t hear
this song on repeat
Hey hey hey
You don’t have to stay
What ever you want
what ever you need

Boring, ugly, hot, shitty
the weather’s even worse
Smelly, rotten, old, dirty
they stole my purse
Boring, ugly, hot, shitty
the weather’s even worse
Smelly, rotten, old, dirty
they stole my purse

We didn’t come here to be satisfied
We didn’t come here to be satisfied
We didn’t come here to be satisfied
No… that’s pretty difficult

Hey Hey Hey
You’re on a holiday
And you don’t hear
this song on repeat
Hey hey hey
You don’t have to stay
What ever you want
what ever you need

:D

 
Leave a comment

Posted by บน มกราคม 22, 2009 in ต่อมน้ำย่อย

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

eaRLy syNdrOme…จะรีบไปไหนกัน

วันนี้ก็เหมือนวันก่อน และเหมือนอีกหลายวันที่แล้ว
หรือจริงๆมันก็เป็นแบบเดียวกันทุกวัน
ไม่รู้ว่าตนเองเริ่มไปตีสนิทกับ ความเร่งและรีบ ตั้งแต่ตอนไหน
กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็เข้ามาแทรกอยู่ในทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน
ไปเสียแล้ว…

ไม่ว่าจะรีบกับการเดินทาง การทำงาน การกิน การรอคิว
รอรถ รอสัญญาณไฟ รออาหารที่สั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องรอ…
ทำไมน๊า มันถึงจะใจเย็นสักนิดไม่ได้เลยหรือไง
แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้จะเร่งและรีบไปเสียทุกเรื่องหรอก เพียงแต่
รู้สึกว่ามากเสียจนมองไม่เห็นเรื่องที่เคยใจเย็นแล้วเท่านั้นเอง

ไอ้อาการเหล่านี้ เกิดขึ้นมากในสังคมเมืองๆที่เราอยู่กันนี่แหล่ะ
จะไปโทษสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ก็ไม่ได้เต็มปาก
แม้ว่าอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราไปผูกพันธ์กับความเร่ง
และรีบก็ตาม แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าเป็นเพราะนิสัยหรือพฤติกรรมของ
ตนเองด้วยล่ะ ส่วนอื่นมันแค่กระตุ้น ยิ่งได้รับสิ่งกระตุ้นพุ่งเข้าใส่
ปกติมักจะทำอะไรๆที่เร็วอยู่แล้ว มันก็เลยดูยิ่งเร่งและรีบ
กว่าเดิมเป็นเท่าตัว…

พอมีโอกาสได้อยู่นิ่งๆสักนิด ได้เห็นคนอื่นที่เร็วและรีบแล้ว
มันก็เลยทำให้ได้สติมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง…
เลยคิดได้ว่า เออเนอะบางเรื่องก็ไม่เห็นต้องเร่งมันเลยหนิ
ช้าลงไปอีกนิด คำตอบมันก็ไม่ได้วิ่งหนีหายไปไหน ก็ยังรอ
เราค้นพบอยู่ที่เดิมนั่นแหล่ะ…

ตอนนี้เลยเริ่มนิ่ง คิดนานขึ้นกว่าที่เคยเป็น ไม่ยอมปล่อยให้
ความเร่งมากระตุ้นให้เรารีบได้เหมือนก่อน เค้าว่ายิ่งรีบก็ยิ่งรน
ยิ่งรนก็ยิ่งหงุดหงิด หน้าสวยๆเลยกลายเป็นยักษ์โดยไม่รู้ตัว
สร้างมลภาวะทางจิตให้ตนเองและคนรอบข้าง มีแต่แย่ลงไปเปล่าๆ

จากเมื่อก่อน วัยละอ่อน ทำไมยังมีเวลาใส่ใจ ดื่มด่ำกับความเป็นไป
ของสิ่งที่อยู่รอบๆตัว ไม่ว่า จะนั่งดูมดน้อยเดินเป็นทาง ไปสูดไอดิน
ดมกลิ่นหญ้า ฟังเสียงใบไม้ไหว แหงนหน้ามองก้อนเมฆว่าเป็น
รูปอะไร นั่งรถเมล์ดูทิวทัศน์ไปเรื่อย อีกสารพัดเนิบๆ เชิ๊บๆ เรื่อยๆ
แบบไม่ต้องรีบเกิน…

ตอนนั้นทำได้ ตอนนี้ทำไมไม่ทำ หรือเราลืมมันเอง
ก็ว่าจะเริ่มสังเกตสิ่งรอบข้างมากขึ้นกว่าที่เป็น
เรื่องไหนที่ไม่ได้รัดตัวจนต้องรีบ ก็ให้เวลากับมัน
มัวแต่ไปบีบ เค้น เร่งเสียจนผิดรูปร่าง ใจมันก็เลยหายใจไม่คล่อง
กำจัดอาการ early syndrome ให้ค่อยๆหายไป
เปลี่ยนมาเป็นใช้ชีวิตแบบ slow life เสียบ้าง
อย่างน้อยอาหารพวก fast food ก็ไม่ไปแตะ ลิ้มรสกับข้าว
ฝีมือตนเองบ้าง แม้ว่าฝีมือยังไม่ขั้นเทพ แต่ก็พอไหวอยู่

ดำเนินวิถีชีวิตในแบบเดิม เพียงแต่เปลี่ยนมุมมอง
หันมาใส่ใจ รายละอียดเล็กๆน้อยบางอย่างมากขึ้น
เอาแบบพอดีๆ ไม่เหนื่อยจนเครียด ไม่เอื่อยจนเฉื่อยไปก็น่าจะดี

-ความสุขมีอยู่รอบๆตัว แต่เราลืมที่จะมองมัน ก็เท่านั้น-

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ธรรมะเบาๆรับปีใหม่

หยุดยาวช่วงปีใหม่ ตั้ง 9 วัน เสาร์อาทิตย์ชนกัน 2 รอบ
ได้พักยาวๆ นอนตีพุงอยู่ที่บ้าน สุขใจจริงแฮ แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้
กับข่าวเพลิงไหม้รับปีใหม่ ได้แต่ขอให้ผู้เคราะห์ร้ายทุกคนไปสู่สุขคติ

พ้นเรื่องเศร้าใจไป ก็ได้เรื่องชื่นใจมาเติมสมองและหัวใจ
กับเมล์ที่เพื่อนส่งมาให้ หยุดไปหลายวัน เมล์ล้นกล่อง
เช็คแทบไม่ทัน แต่ก็สะดุดกับเมล์อันนี้แหล่ะ
เป็นพร จาก ท่าน ว.วชิรเมธี เริ่มต้นปีด้วยข้อคิดดีๆ
ที่ทำให้เรามีสติในการดำเนินชีวิต 4 ข้อง่ายๆ
ทำได้ ชีวิตก็สุขขึ้นเยอะ

(ข้อความจากฟอร์เวิร์ดเมล์)
พร 4 ข้อ จากท่าน ว . วชิรเมธี

1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น
ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ‘กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก’
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส ‘จิตประภัสสร’
ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี
‘แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข ‘

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
‘แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน’
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ‘เจ้ากรรมนายเวร’
ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยา
ออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ‘ไฟสุมขอน’ (ไฟเย็น)
เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน

เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี
‘แผ่เมตตา’ หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา
แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ ‘ปล่อยไม่ลง
ปลงไม่เป็น’
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อม
แบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว
จงปล่อยมันซะ ‘อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน’
‘อยู่กับปัจจุบันให้เป็น’ ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี ‘สติ’ กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
‘ตัณหา’ ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี
เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ
ธรรมชาติของตัณหา คือ ‘ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม’

ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม
เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่
เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร
แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์

เราต้องถามตัวเองว่า ‘เิกิดมาทำไม’ ‘คุณค่าที่แท้จริงของการเกิด
มาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน’ ตามหา ‘แก่น’ ของชีวิตให้เจอ
คำว่า ‘พอดี’ คือ ถ้า ‘พอ’ แล้วจะ ‘ดี’
รู้จัก ‘ พอ ‘ จะมีชีวิตอย่างมีความสุข ‘

 

ป้ายกำกับ: , , ,

10 โฆษณาแรงง คนโหลด..เม้นท์กระจายในยูทูป

เว็บ youtube จัดว่าเป็นเว็บดูภาพยนตร์ ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ
ที่มาแรงในช่วงที่ผ่านมามากมาย ใครที่อยู่ในโลกออนไลน์
แล้วไม่เคยเข้าเว็บนี้บ้าง ก็คงอาจจะมี แต่คาดว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก

ครั้งนี้จะพาดูงานโฆษณาที่มีคนโหลดผ่านทาง youtube
มาดูล้นหลาม เพราะบางอัน ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ให้ออกอากาศ
ทางทีวี จึงต้องใช้วิธีโหลดทางเน็ตแทน ทาง goviral ได้ทำการ
จัดอันดับโฆษณา ที่คนสนใจกล่าวขวัญกันมากในสังคมออนไลน์
ทั้งคอมเม้นท์ โหลดมาดู กันมากสุด

มาดูอันดับ top ten viral ads 2008 กัน– viral ก็คล้ายๆ
กับไวรัสรากศัพท์เดียวกัน ในที่นี้หมายถึงงานโฆษณาที่แพร่
กระจายไวยังกับไวรัส แบบว่าคนแห่แหนมาโหลด เม้าท์กันให้สนั่น
บางงานไอเดียแจ่มมาก น่าสนใจสุดๆ 10 อันดับมีไรบ้างลองดูกัน…
(บางชิ้นโพส youtube มาให้ดูเลย ส่วนบางอันหากสนใจลอง
เสิร์ชหาจากคีย์เวิร์ดได้เลย)

1. “Wassup anno 2008″ (Budweiser’s parent company, Anheuser Busch — โฆษณาที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าเลยสักนิด แต่ประทับใจมาก)

2. “SFW XXX Party Invitation” (Diesel’s 30th anniversary)

3. “Kobe Bryant jumps over an Aston Martin” (Nike)

4. “Extreme Street Football”

5. “Take it to the next level”
(ผลงานของ Guy Ritchie)

6. Tiger Woods 09 – “Jesus Shot” (EA’s golf game)

7. “Bean Counter” (Mac)

8. “Samsung Omnia i900 Unboxing”

9. Fate – Leave Nothing (Nike)

10. “Adam and Eve” (Insurance company)

แค่น้ำจิ้ม 4 ชิ้นงาน โดยเฉพาะอันหลังนี้ ฮาได้อีกนะนั่น
ลองเสิร์ชหา โหลดกันดู แล้วจะรู้ว่าทำไมคนถึงฮือฮา
แพร่กระจายในวงเม้าท์มากขนาดนั้น

 
Leave a comment

Posted by บน ธันวาคม 17, 2008 in ต่อมน้ำย่อย

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.