สงครามนางฟ้า ปะทะ สงครามการเมือง น้ำเน่าพอกัน?

29 01 2008

เหล่านางฟ้า ออกโรงมาปกป้องภาพลักษณ์กันยกใหญ่เชียว
หลังจากคุณหนูบอยได้ส่งละครเกี่ยวกับชิงรักหักสวาท ตบๆ ด่าๆ จิกๆ กระชากๆ
ออกมาไม่นาน ก็กลายเป็นประเด็นร้อน คนให้ความสนใจมากเหลือเกิน
ก็ในละครมีฉากอันไม่น่าดูเลยของเหล่าแอร์โฮสเตท ซึ่งนุ่งชุดสวยดีนะ แต่สั้น
โคตะระเลยอ่ะ ยังไม่เคยเห็นแอร์จริงๆใส่ขนาดนี้นะ ไอ้สั้นก็ยังไม่เท่าไร
แต่ดันมีฉากตบตีกัน เขม่น อิจฉาริษยา ทำนองใครดีกว่าชั้นไม่ได้
เลยตาร้อนผ่าวๆ หรือแม้แต่เรื่องแย่งผู้ชายซึ่งก็คือ เหล่านักบิน ที่สาวๆอยากควง
สะเหลือเกิน (มั้ง) เลยดันมีภาพตบและจิกตี ลากถูกันในชุดเครื่องแบบ
เหตุนี้แหล่ะเลยดูไม่งามนัก(ซึ่งอันที่จริง มันก็มีกันทุกอาชีพนั่นแหล่ะแต่ละครดันมากเกิน)

เอาเหอะ ออกอากาศไปแล้ว ทุกเพศทุกวัยเลยมีโอกาสได้ดู มันก็อย่างว่านะ
ไม่เหมาะสม เพราะคนไทยส่วนใหญ่ แยกแยะไม่ได้ว่าไหนคือชีวิตจริงหรือละคร
ก็เลยต้องกลั่นกรองกันเสียหน่อย แต่ละครเรื่องนี้ ผู้จัดเค้าก็บอกมาว่า
ละครเรื่องอื่นก็ไม่ต่างกัน แค่เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากโครงเรื่องจริงที่ คุณแอร์กี่ ผู้เขียน
ได้บันทึกไว้ในเน็ต พอมาทำเป็นละครเลยตัดแต่งต่อเติมเพิ่มอรรถรสสักนิด
เพื่อเรตติ้งให้สดใส ซึ่งก็ดังคาด ไม่มีใครไม่ดูเลยนะเรื่องนี้ ..อืม..

ยิ่งสื่อประโคมข่าว คนที่ไม่ดูก็เลยต้องแวะมาดูให้เห็นสะหน่อย ไปไกลถึงเมืองนอก
เมืองนา ดังจริงๆๆสมใจเลย.. ถึงยังไง ละครก็สะท้อนชีวิต แล้วชีวิตก็เลียนแบบในละคร
มันก็วนไปวนมาแบบนี้ ละครเป็นแบบไหน ผู้คนในสังคมนั้นก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไรมั้ง
หมายถึงรสนิยมของคนในสังคมนั้นอ่ะ…อย่างเกาหลี ก็สไตล์นึง ญี่ปุ่นก็แบบนึง
ไหนจะซีรีย์ฝรั่งก็อีกแนว ต่างก็บ่งบอกวัฒนธรรมของคนแต่ละสังคมได้เหมือนกัน
แล้วที่บอกว่ามีแต่ละครน้ำเน่า มันมิได้มาจากชีวิตจริงหรอ เอ๊..หรือว่า
ชีวิตจริงชั้นแย่ลง ก็เพราะดูละครเน่าๆไร้คุณภาพนั่นแหล่ะ…ตกลงมันแบบไหนเนี่ย

ข้ามฝากละคร ก็ยังอยู่หน้าจอเหลี่ยมๆเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนมาสนใจข่าวคร่าว
นายกฯคนใหม่กันเสียหน่อย..มาดูสิว่าใครจะเล่นเป็นตัวเอก ตัวรอง ตัวชง สารพัด
บทบาทกันบ้าง ฉากตบตีคงไม่มีเหมือนในสภาเกาหลีหรือไต้หวันไรหรอกนะ
สภาคนไทยเค้าไม่ทำกัน(มั้ง) เท่าที่เห็นก็แค่มีนิดหน่อยไม่รุนแรงเท่าเค้า เน้นที่ลีลา
การขุดเรื่องคาว ฉาวโฉ่ เหน็บ เสียด สี แดกดัน กันก็เท่านั้น แล้วแต่ลีลาใครจะจัดจ้าน
ถูกใจคนดูมากกว่า…

ไหนๆก็มีท่านยุทธ ตู้เย็น (ปธ สภาที่มีอายุไม่ยักมากหรืออาวุโสเหมือนท่านเก่าๆ)
แถมภาพลักษณ์ก็ยักไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก ไม่งั้นคงไม่มีสมญาว่า ตู้เย็น หร๊อก
ขาวก็ไม่ขาว มาในแบบหม่นๆ ออกเทาๆ ดำหรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะคดีก็ยังไม่สุด
ฟันธงเลยไม่ได้…ได้แต่รู้ว่า ปธ สภา รัฐบาลชุดนี้ สีเทาเนอะ… เฮ้อ!
เป็นถึง ประธานสภา ซึ่งใหญ่สุดในฝ่ายนิติบัญญัติ ก็น่าจะเป็นที่เคารพ อาวุโส
อืม…น่าเกรงขราม..แต่ แบบว่า เออไม่ใช่ ใช่มั้ยกิ๊ฟ (ตามโคสะนา)

แสดงนำคนแรกไปและ ล่าสุดสดๆร้อนๆ นายก คนที่ 25 ของไทย
ลุงหมัก อดีตผู้ว่าฯ หน้าตา วาทะ อันโดดเด่น คนนั้น นั่นแหล่ะ …
เริ่มสนุกแล้วล่ะสิ ตัวแสดงนำ มี 2 ตัว แล้ว เดี๋ยวไหนจะมีอีกหลายตัวชูรส
ที่จะรู้อีกไม่นานนี้ แต่เอ๊ น่าจะมีลุงเหลิมเจ้าเก่า ชูรสฝ่ายมหาดไทย ด้วยนะนั่น
เห็นโพยหลายกระแสว่างั้น… ยิ่งกว่าสงครามนางฟ้าแน่ๆเลย …แต่เอ๊..
ยังไม่อยากฟันธงอีกว่า คนเขียนบท จะเขียนมาให้ครบรส มันส์หยดขนาดไหน
คุณบอย ก็คุณบอยสงครามนางฟ้าเหอะ อาจต้องถอย เพราะละครฟอร์มยักษ์เรื่องนี้
เห็นทีต้องมีอะไรเด็ดๆ ซ่อนเงื่อนมากกว่า ฉากตบ ลาก ถู กระชากเป็นไหนๆ

ว่าแล้วก็ตุ๊มๆต่อมๆ นะ ไม่ยักจะดีใจที่มีนายกฯ หรือรัฐบาลชุดใหม่สะเท่าไรเลย
เป็นห่วง และเป็นห่วงอีกหลายเท่า ว่าประชาชนตาดำๆอย่างเราจะอยู่รอด
ไม่อดอยาก และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร คุณภาพชีวิตจะดีขึ้นจริงหรือ
จะว่าไป..ก็หาว่าไม่ให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ให้ทำงานรึไง…แหม ไม่ได้ใจแคบนะ
ผู้บริหารประเทศ นี่มันเรื่องใหญ่นะ ไม่ใช่ผักปลา จะหาใครมาเป็นนอมินี่นั่นโน่น
แทนได้หรือไง แหม…ชีวิตคนทั้งชาติเลยนะ..เดิมพันกันแบบทั้งประเทศเลย
ได้มาง่ายๆไม่โปร่งใสสีเทาๆ มันก็ย่อมตะขิดตะขวงใจกันอยู่แล้วล่ะ

ลุ้นอยู่ว่าคนหลังฉากคนสำคัญสุดๆๆ(จริงๆนะ) ผู้เขียนบทตัวแสดงเหล่านี้
จะเขียนมาแนวไหน จะจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งมั้ย…หรือน่ากลัวเลือดสาด
แบบต้องปิดตาดู…

อืม..การเมืองกับละคร เหมือนกันเด๊ะๆ เพราะเราก็เป็นผู้ชมและผู้เลือกตัวแสดง
นักแสดงคนไหนถูกใจ ผู้จัดก็จ้างเล่นเยอะ คนดูก็ชอบสิ
นักการเมืองคนไหนดีมีคุณภาพ คนก็เลือก (มั้ง เคยคิดงั้น)
แต่ก็ต่างกันที่ละครไม่ชอบดู ก็ดูอย่างอื่นแทนได้ แต่การเมืองนี่สิ
ไม่ชอบจะเปลี่ยนหนีได้ไงล่ะ เว้นเสียจาก…เปลี่ยนตัวผู้เล่นแทน
แต่เอ๊…จะเปลี่ยนโดยวิธีไหนล่ะ…ประชาชนคนเดียวคงทำไมได้
มันต้องอาศัย พลัง..ของ..ประชาชน ที่แท้จริงต่างหาก…เฮ้อออออ





ผู้นำประเทศเป็นแบบไหนประชาชนก็เป็นแบบนั้นด้วย จริงอ่ะ?

23 01 2008

เปลี่ยนโหมดมาวิจารณ์การเมืองกันเสียหน่อย
อีกไม่กี่วัน เค้าจะมีการโหวตเลือกนายกกันแล้วหนิ

…หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ส.ส บ้านเรากันไปแล้ว
ซึ่งประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างหนาแน่นมาก ดูได้จากเปอร์เซ็นต์การใช้สิทธิ์
เท่าไรจำไม่ได้ 60-70 ประมาณนี้ได้มั๊ง คงประมาณว่าบ้านเมืองอึมครึมมานานเหลือเกิน
เลยออกมาเลือกตั้งเพื่อให้เกิดภาพชัดกว่าที่เป็นอยู่ล่ะมั้ง…

“เบื่อเหลือเกิน ทำไมเงียบจัง ขายไม่ดีเลย” เจ๊นงลักษณ์ ผัดกับข้าวทำไปบ่นไป

“ขายไม่ดีมาพักใหญ่แล้วเนี่ย ไม่รู้คนไปไหนหมด” พี่อ้วน ร้านเสื้อยืดเจ้าประจำที่จตุจักรบ่นบ้าง

“นี่ว่าจะลองไปหาทำเลขายที่ใหม่ เผื่อจะดีขึ้น” ป้าขายข้าวโพดต้ม บอกมา

เศรษฐกิจชลอตัว เงินหมุนเวียนในตลาดก็ไม่คล่องเหมือนเก่า
คนเริ่มจับจ่ายกันน้อยลง เงินเดือนไม่ขึ้นแต่ข้าวของนั่นนี่ดันขึ้นเรื่อยๆ
ไหนจะน้ำมันปาล์ม นม นมผง แม้แต่มาม่า แบบนี้จะไม่ให้ได้ยินเสียงใครๆบ่นได้ไง
แทบทุกคนต่างก็อยากได้ผู้นำมาช่วยเหลือ นำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองกันทั้งนั้น

…ผลการเลือกตั้งล่าสุดออกมาแล้ว ก็คงพอจะรู้ว่าใครจะได้จัดตั้งรัฐบาล…
หนทางความสว่างไสวน่าจะตามมาด้วยดี..มั๊ง..คงใช่..ก็คิดงั้น..จริงหรือ..เอาน่า..ก็หวังว่า ฯลฯ
เพื่อนๆส่วนใหญ่ พอรู้ผลต่างก็ผิดหวังที่พรรคหนึ่งได้คะแนนเยอะกว่าอีกพรรค
อืม….ช่วงนั้นเจอหน้าเพื่อนแต่ละคน ..แบบว่าอารมณ์เดียวกันหมด ไม่พูดได้แต่ “เซ็ง”

“แกคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศได้เรียนหนังสือมั๊ย?”

เพื่อนส่ายหัว “ก็รู้ว่าไม่…แต่แกก็เห็นๆอยู่ พวกโกงกิน คดีดังๆ ข่าวก็ออกโครมๆ
ยังไม่รู้ก็เกินไปแล้วนะ”

“อ้าว…แล้วพวกที่โกงๆๆนั่นเค้าดูแลคนในจังหวัดเค้าดีมั๊ยล่ะ”

“ดูสิถนนตัดใหม่เข้าจังหวัด…ไหนจะไฟถนนเป็นช่อโคมสวยงามถี่ยิบนึกว่าโรงละคร
บ้านเมืองมีสิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้น แล้วแกจะไม่ชอบรึไง”

“ทำไมไม่เป็นอย่างผู้นำของญี่ปุ่นไรนั่น ถ้าถูกจับได้ว่าคอรับชั่น ไม่กี่วันก็ประกาศลาออก
หรือไม่ก็ชิงคว้านท้อง แบบไม่หน้าหนาหน้าทน ให้ใครเค้าด่าอ่ะ”

“บ้านเมืองเรามันเมืองร้อน แดดจัดเลยกร้านหนาล่ะมั๊ง แกเอ๊ย”

“แกก็รู้ว่า คนไม่มีจะกิน เค้าก็นึกแค่ว่าวันนี้พรุ่งนี้จะทำยังไงให้มีกิน
ไม่ได้คิดไปไกลถึงอนาคตยาวๆแบบแกกันหรอก แล้วเค้าจะสนมั๊ยนโยบายอันสวยหรูอ่ะ
ใครจะฟังรู้เรื่องล่ะ รู้แต่ชั้นจะมีไรกิน”

ไม่รู้สิ…โตมาจนรอยเท้ากาปรากฏบนใบหน้า ยังแทบไม่ค่อยได้ยินคำว่า
การเมืองน้ำดี เท่าไรเลย… เคยคิดเหมือนกันนะว่า อยากให้ประเทศเราอยู่ในเกม sim
จะได้สร้าง จับ ใส่ ปรับเลี่ยน ต่อ เติม อะไรต่อมิอะไร ให้มันเข้าที่เข้าทาง
เป็นแบบบ้านเมืองในฝัน ทำนองนั้น ให้รู้แล้วรู้รอดเลย…แต่ก็นะได้แต่คิด

ชีวิตจริง มีปัจจัยมากมายรายล้อมรอบตัว ไม่ใช่แค่ตัวเราเอง เราอยู่ร่วมกันในสังคม
ซึ่งนับวันคงมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดฐานของสังคมนั้นไม่แข็งแกร่ง
ก็ย่อมวุ่นวาย สับสน อย่างที่ปรากฏอยู่ เพระเราคงลืมแก่นที่ยึดติดคนในสังคมให้คงอยู่ไว้
โดยไม่ล้ม…เป็นเมืองพุทธแท้ๆ คำสอนของพระพุทธเจ้าก็อยู่ใกล้ตัวขนาดนี้
ยังไม่คิดจะปฏิบัติตามกันเลย ไม่ต้องขนาดโผล่พ้นน้ำหรอก เอาแค่ไม่ต้องอยู่ใต้โคลน
ทำได้กันมั๊ยเนี่ย… อย่างว่าแหล่ะของดีใกล้ตัวมักมองไม่เห็น มัวแต่ไปคว้าตามหาอะไรที่ไกล
เกินตัว กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเคาะบอกที่ฝาโลงพร้อมแนบหนังสือธรรมะวางไว้ข้างๆล่ะมั๊ง…

“เจ๊ๆ เชื่อมั๊ยว่าออกซิเจนที่เมืองไทยจะลดลงเยอะ”

“ได้ไงล่ะ…อ่อเรื่องโลกร้อนหรอ”

น้องตัวดีส่ายหัว “หึหึ ไม่ใช่ เพราะนายกคนใหม่ต่างหาก”

“อ้าว…สะงั้นไป จมูกชั้นก็ใช่ย่อยนะ แกหลอกว่าชั้นด้วยล่ะดิ”

…โลกจะร้อนเพราะอะไรหลายสาเหตุ แต่ที่แน่ๆการเมืองไทยร้อนทะลุปรอทชัวร์…

“เจ๊ว่าใครเป็นนายกที่ดำรงตำแหน่งได้สั้นที่สุด”

“ตามตำราทีเรียนมาก็… เอ๊หรือว่าแกจะให้ชั้นรอดูสถิติใหม่ล่าสุดเร็วๆนี้รึไงย่ะ”





เปิดซิง lomo ตุ๊มๆต่อมๆ..ติดแหง็ก!

8 01 2008

หลังจากสนุกและเพลินกับการใช้งานที่แสนจะง่าย แถมพกพาสะดวกไปได้ทุกที่
ของเจ้ากล้องดิจิตอลมาพักใหญ่ๆ เลยเกิดอาการแบบเบื่อ หมดสนุกขึ้นมาสะงั้น
อยู่ดีดี ก็ไม่อยากใช้ดิจิตอลและ แบบอยากได้ภาพออกมาเก๋ๆอาร์ตๆ แปลกๆบ้าง
ไอ้ภาพที่สุดแสนจะสมจิ๊งสมจริง มิติก็ไม่ค่อยจะมี หรือเรามือไม่ถึงรึเปล่าก็ไม่รู้
เลยอยากเปลี่ยนกล้องเอาขึ้นมาดื้อๆ ครั้นจะหนีไปแล่นกล้องตัวใหญ่ พวก SLR
พร้อมเลนส์ดีดีสักตัว กระเป๋าตังค์ก็คงฉีก แถมได้อาการปวดหัวไหล่เวลาแบกกล้อง
เป็นของแถมกลับมาอีก ก็เลยไม่เอาดีกว่า…

คิดแล้วก็เลยเสาะหาเองท่องเน็ตไปเรื่อยดีกว่า ก็ได้ไปเจอเจ้ากล้อง toy แบบจำพวก
กล้องป๊อกแป๊ก กระป๋องกระแป๋ง ทำนองนั้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องของแถมจากสินค้าต่างๆ
หรือกล้องที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง รวมไปถึงเจ้ายี่ห้อ lomo ก็เหมารวมอยู่ในกล้องจำพวกนี้
(กล้องถ่ายสนุกๆ มีลูกเล่น แถมภาพที่ออกมาคาดเดาไม่ได้ด้วย) ทำให้เราสนใจ
เลยหาข้อมูลมาสักพัก จนตัดใจไปถอยกล้อง lomo LCA มาเล่นก่อนปีใหม่สดร้อนๆนี้เอง
จะไปบิตในอีเบย์ ก็ขี้เกียจเฝ้าหน้าจอรอทุกวัน เลยไปเอาอันที่เค้าบิต
แถมเราได้ดูของก่อนยังจะดีกว่า ในที่สุดก็ๆได้ เจ้า lomo สัญชาติรัสเซีย มาไว้ในกำมือ

ช่วงแรกฟิลม์จะใส่ก็ไม่เป็น กลัวไม่เข้า งี้แหละมือใหม่หัดเล่น พอใส่ได้แล้วก็ถ่ายเพลิน
ไอ้ที่ยากคือลืมปรับระยะภาพที่เราจะถ่าย กล้องพวกนี้เลนส์เค้าฟิกส์อยู่ในกล้องเลย
พอจะถ่ายวัตถุอะไร เราต้องดูว่าระยะวัตถุนั้นอยู่ประมาณเท่าไร แล้วปรับตามตัวเลขที่เค้ามีให้เลือก
จะไปซูมอิน ซูมเอ้าท์อะไร ไม่มีหรอก ไอ้เราดันเพลินเพราะดิจิมันซูมได้ไง เลยเผลอตัว
แบบว่าจะถ่ายลูกเดียว ภาพที่ได้เลยเบลอบ้าง ชัดบ้าง ตามประสามือใหม่จริงๆ
แถมพอหมดม้วน ดันเอาออกไม่เป็น กรรมชั้นจริงๆ 55 เลยต้องเดินหาร้านถ่ายรูป ให้เค้าสอน
อืมมม… ก็พอได้และ แต่ยังไม่คล่องเท่านั้นเองแหล่ะ อิอิ…เล่นเอาเหงื่อแตกไปพักนึง
แบบว่ากลัวทำฟิล์มเจ๊ง ทำนองนั้น ตื่นตูมยังกะเด็กๆสะงั้นเรา ก้บอกแล้วดิจิ มันง่ายกว่าจริงๆ

คงต้องอดอาหารยอมทุ่มทุนจ่ายค่าฟิล์ม และ ค่าล้าง ช่วงแรกๆแบบไม่อั้นสักหน่อย
พวกที่เล่นเค้าก็บอกมางี้ กว่าจะหาแนวทาง สไตล์ของตนเอง ก้คงสักพัก ฝึกมือบ่อยๆ
ก็ดีเองมั้ง ดั่งสโลแกนที่เค้าบอกมา “just shoot dont think” ถ่ายไปเหอะอย่าคิดมาก
เพื่อความสนุก แล้วความสุขก็เกิดขึ้นเอง…. ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมชาวรัสเซียถึงผลิตกล้อง
หน้าตาดำๆ เก๋ๆ แต่มีสาวกเกือบทั่วโลกที่ติดใจในสีสันสไตล์ภาพแบบ lomo
ก็เค้าผลิตมาเพื่อให้ประชาชนของเค้าได้หันมาพกกล้องราคาย่อมเยาว์ติดตัว
เพื่อเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆกับการถ่ายภาพในทุกที่ ที่เดินทางได้อย่างง่ายๆ

และเราก็ทำตามแบบเค้าอยู่ในตอนนี้ ไปไหนก็พกไว้ หยิบขึ้นมาถ่ายนั่นนี่
ทุกเรื่องราวการเดินทางบอกเล่าผ่านภาพได้ หยิบขึ้นมาดูทีไรก็อดนึกถึงวันเก่าๆ
พร้อมรอยยิ้มมุมปากได้ทุกที ก็อย่างว่าความสุขง่ายๆเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

ปล. แอ่วเมืองเหนือกับน้องโลโม ภาพจริงสดจริง โฟโต้ช้อปยังทำไม้ได้เลย อิอิ

lomo100.jpg

lomo099.jpg

lomo088.jpg

lomo077.jpg

lomo066.jpg

lomo055.jpg

lomo044.jpg

lomo033.jpg

lomo011.jpg