นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ตื่นแต่เช้าแบบนี้ หกโมงกว่าๆ อ่ะนะคุณ
หลายคนอาจมองว่านี่เช้าแล้วหรือ เช้าของชั้นโน่นตีห้านะเธอ
ตะวันโผล่ออกมาเมื่อไหร่นั่นแหละสายแล้ว..อืมนะแหมสำหรับคนที่
ตื่นไม่เช้าอย่างเรามาเป็นแวลานานมากๆแล้ว เลยรู้สึกว่าอืม…ก็ทำได้เนอะ
ไม่ใช่อย่างนั้น จริงๆแล้วทำอ่ะทำได้ เพียงแต่กิจวัตรไม่จำเป็นต้องรีบตื่น
ขนาดนั้น ก็เลยกลายเป็นว่าสายๆจะถนัดกว่าทำนองนั้น เหตุที่วันนี้เช้าเพราะว่า
วางแพลนไว้แล้วว่าชั้นต้องตื่นมาใส่บาตรทันพระเดินผ่านหน้าบ้านให้ได้
คืนวันนั้นเลยรีบจัดหาของใส่บาตรจัดเตรียมไว้เนิ่นๆ กะว่าเช้าๆจะได้ไม่ฉุกละหุก
เพราะคงตื่นได้แค่แปรงฟันล้างหน้า น้ำเนิ้มโน่นอาบเอาสายๆ เพราะยังไงๆ
ก็เป็นวันหยุดราชการ 1 วันอยู่แล้ว ก็วันมาฆบูชานี่นา วันพระใหญ่สะด้วย
พุทธศาสนิกชนคนไทยก็ต้องพร้อมใจทำบุญ ใส่บาตร เวียนเทียนกันสินะ
วัยรุ่น หรือคนวัยทำงานต้นๆอย่างเราๆ ใช่สิรวมทั้งชั้นด้วย ส่วนมากในยุคนี้
มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการเข้าวัดเข้าวา ทำบุญตักบาตรกันมากนัก
เราจะเห็นได้ว่าคนรุ่นเก่า ตายายพ่อแม่มักหนีบลูกหลานให้ไปวัดตั้งแต่เด็ก
ก็เลยถูกซึบซับกันมาจนกลายเป็นวิถีชีวิตที่คนไทยอยู่คู่กับวัดมาแต่นมนานนั่น..
แต่ทว่ายุคสมัยเปลี่ยน ซึ่งเอะอะไรก็โทษเทคโนโลยี โทษการเปลี่ยนแปลง นั่นสิ…
ทำไมน๊อ ช่างน่าสงสารนัก ใครๆก็มักกล่าวโทษเจ้าสิ่งเหล่านี้ ก็นั่นล่ะเจ้าสิ่งเหล่านี้
มันเกิดตามมนุษย์ไปพร้อมๆกันมิใช่หรอ ถ้ามันเปลี่ยนก็เพระเราเองแหล่ะที่เปลี่ยนมัน
เราๆทุกคน คนสมัยนี้นี่แหละ ที่บอกว่าต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เวลาจะว่าง
ยังไม่มีเลยคุณ ก็แค่ตื่นเช้าเตรียมอาหารให้ลูก รีบไปส่งที่โรงเรียน แถมประชุมแต่เช้า
ก็ทำเอาลนลาน ยิ่งต้องเผื่อเวลารถติดอีกแล้วคุณ โอย..เกือบทำอะไรๆไม่ทันแล้วนะนั่น
นั่นสิ ทำไมต้องทำชีวิตให้รีบ และลนขนาดนั้น แล้วทำไมเราต้องห่างวัดกันด้วยล่ะ
วัหยุดไงไม่มีหรอ ก็ไปวัดกันวันหยุดก็ได้หนิ เหมือนชาวคริสต์ไปโบสถ์กันวันอาทิตย์
เป็นกิจวัตรเลยแบบนั้น อย่าบอกนะ วันหยุดยังไม่มีเวลาว่างกันอีก…
อ๊ะๆๆถูกเผงเลยคุณ คนส่วนใหญ่วัยทำงาน ใช้เวลาทุ่มให้กับงานก็เกือบหมดวันแล้ว
นอนครบ 8 ชม หรอ อุดมคติชัดๆๆ 6 ชม ก็หรูแล้วนะ อืมนะ…ถ้าชั้นไม่ทุ่มเทให้
กับงานมากขนาดนี้ แล้วชั้นจะมีเงินมากมายที่ไหนมาผ่อนบ้าน รถ คอนโด ได้ไหวละ
ไหนจะค่าเทอมลูก อยากให้เข้าโรงเรียนดีดี มีชื่อ ค่าเทอมก็แพงขึ้นตามนะ
เหตุนี้ล่ะ เลยทุ่มเวลาให้งานเต็มที่ เจ้านายจะได้เลื่อนตำแหน่ง ค่าตอบแทนก็เพิ่มตาม
ทำทั้งหมดนี้เพื่อครอบครัว ลูก เมีย หรือสามีของชั้นนะ
ฟังดูแล้ว ไม่ใช่เพื่อตัวเองหรือฟระ..ชักงงๆๆ
เมื่อพ่อและแม่ยุคใหม่เป็นแบบนี้แล้ว จะเอาเวลาไหนหนีบลูกไปวัดไปวา
เหมือนคนสมัยก่อนได้ล่ะ เผลอๆไม่ได้พาไปวัด แต่ดั๊นหวังดีกับลูก โดยให้วัตถุแทน
ลูกเลยหลงผิดเอาดื้อๆกับตัววัตถุไปสะงั้น มีคอมใช้จะได้เรียนรู้เพิ่ม แต่ดันไม่ได้บอกว่า
ใช้ให้ถูกใช้ยังไง ลูกเลยติดเกมคอม ไม่ก็เว็บแคมกับเพื่อนไม่หลับไม่นอน เตลิดไปใหญ่
จะไปโทษเทคโนโลยีก็ดูใจร้าย เอาความดีเข้าตัวไปหน่อยนะ เจ้าเทคมันไม่ได้รู้เรื่อง
อะไรกับเราด้วยหรอก เราต่างหากที่มีสติ มีสมอง ที่จะคิดไตร่ตรองว่าชีวิต
ควรจะดำเนินไปในทิศทางอย่างไรให้ถูกและเหมาะสมในแบบของตัวเราเอง
เพราะถึงยังไงชีวิตที่ถูกที่เหมาะสมของแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
อยู่ที่ว่าเราพอใจ พอเพียง กับสิ่งที่เรามีอยู่แค่ไหน และจัดสมดุลของชีวิต
ให้อยู่ในระดับทีพอดี ไม่มากเกินหรือน้อยไป ไม่ว่าจะเรื่องการแบ่งเวลาการทำงาน
ครอบครัว การพักผ่อน ทุกอย่างก็ต้องพอเหมาะพอดี พูดเหมอืนหลวงพี่ที่วัดเลยแฮะ..
พอเหมาะ พอเพียง พอดี นี่จะว่าง่ายก็ง่ายว่ายากก็ยากนะ หลายคนทำไม่ได้
หรือพยายามอยู่ ที่ว่ายากเพระไม่รู้ว่าอันไหนสิ่งไหนคือจุดพอดี พอเพียงสำหรับเรา
หลายคนว่าจะผ่านจุดนี้มาได้ อาจต้องลองทำดูว่าที่ชั้นทำมันมากหรอืน้อยไปมั้ย
เราก็ลองวัดกับครอบครัว วัดตัวเองดูว่าสิ่งที่ทำอยู่ในชีวิต การดำเนินชีวิตนั่นแหละ
ที่ว่ามากไป น่นเพราะเราตั้งเป้าไว้ไกลเกินหรือสูงเกินไปกว่ากำลังตัวเองมั้ย
หากทำแล้วเหนื่อยเป็นทถกข์จังเลย แทนที่จะถึงเป้าหมายแล้วได้สิ่งที่ต้องการ
แต่กลับไปก็ไม่ถึง แถมพร้อมจะหมดแรงเอาดื้อระหว่างทาง
ไม่สายเกินที่จะลองปรับเปลี่ยน ลดเป้าหมายตัวเองดูก่อนว่าหากลดมาสักนิด
ชั้นทำแล้วสนุก สบายใจกว่า จะดีกว่ามั้ยหาจุดความพอดีของกำลัง แรง
จะได้เกิดความสุขที่แท้จริงตามมา
ถ้าใครคิดว่าทำแล้วยังเบาๆชิลล์ๆ ได้อยู่ อาจจะลองเพิ่มเป้าหมายสูงอีกนิดก็ได้
ถ้าเพิ่มแล้วไม่กระทบกระเทือนต่อส่วนอื่น ก็ถือว่ายังโอเคอยู่ แบบนี้เป็นต้น
แต่หลายคนมักมีทิฐิ เชื่อมั่นในตัวเองสูง การที่จะให้ลดอะไรลงมาง่ายๆ
มักไม่ทำเพราะกลัวเสียหน้า คิดไปนั่น หน้าก็หน้าเรายามตกหล่นลงมาใครจะรับผิดชอบ
ถ้าไม่ใช่ตัวเองและคนรอบข้างล่ะ เสียแต่เนิ่นๆดีกว่าล้มไม่เป็นท่าทีหลังดีกว่ามั้ย
ใครที่บอกว่าไม่มีเวลา ลองหาเวลาอย่างน้อย ชม นึง -2 ชม ในแต่ละวีค แวะมาไวห้พระ
หรือง่ายสุดนั่งสมาธิหาความสงบในจิตใจบ้างก็ดีนะ ทุกวันนี้รอบข้างดูเร่งและรีบไปหมด
รวมทั้งตัวเราเองด้วยรีบจนลืมและทำอะไรต่อมิอะไรตกหล่นรายทาง โดยไม่รู้ตัว
ลองนั่งนิ่งๆแล้วถามหัวใจดูสิว่าทุกวันนี้มีความสุขจริงๆแล้วหรือยัง
การมีสมาธิอยู่กับตัว ปลีกเวลาอยู่กับมันสักนิด แล้วสมาธิจะนำทางให้เราค้นพบ
คำตอบในชีวิตได้…ไม่ลองไม่รู้นะเออ
ว่าแล้วก็ได้เวลาแบกกล้อง ไปท่องรายทาง แวะไหว้พระแถวเกาะรัตนโกสินทร์สักหน่อย
แถวนี้มีวัดค่อนข้างเยอะ ไม่ไกลจากเมืองเท่าไรด้วย หากใครสนใจก็ลองมาเที่ยวเล่นดูได้
ใครใคร่ปั่นจักรยานก็น่าลองนะ คนชอบเดินและเดินอย่างเราขอเลือกเดินดีกว่า
เลือกได้ตามชอบ ไม่ใช้น้ำมันเป็นใช้ได้ โลกร้อนๆหนาวๆชักไม่ไหว สงสารโลกจัง…
บ่นซะหูอื้อเลย ดีนะที่อ่าน … ฮ่าฮ่า
วันก่อนชั้นก็ไปวัดระฆังมาอีกรอบ .. ไปเป็นเพราะเเกพาไปวันนั้นนั่นเอง … :P
โชว์รูปด้วยสิ อยากเห็นเกาะรัตนโกสินทร์ในมุมมองคนอื่นมั่ง จะรอ จะรอ ..
เด๋วเอามาโชว์ ยังถ่ายไม่หมดม้วนเลย 55+
ไม่รู้จะจ่าหรือหมู่ แต่เอาว่ะ… ตีลังกาดู
แบบงงๆๆก็ว่าโอเคมั้งแก..รอรอบหน้าล้างแล้วจะมาอวด