ตกงานอย่างเป็นสุข!

12 02 2009

รู้สึกเคว้งเหมือนลอยเวิ้งอยู่กลางอากาศ
ยืนงงตกอยู่ในภวังค์ แม้ใครสะกิดก็ไม่อาจรับรู้ได้
อาการนี้เกิดขึ้นอัตโนมัติ หลังจากที่เหตุการณ์บางอย่าง
ส่งตรงมากระทบจิตใจจนเกินกว่าจะรับได้
คุณเคยรู้สึกแบบนี้บ้างมั้ย…

สำหรับเราถ้าจำความได้ อาจมีบ้างแต่ไม่มีอาการมากขนาดนั้น
อาจจะลอยๆ นานเกิน 2 นาที บ้าง แต่ก็
ดึงสติกลับมาได้ทุกครั้งทำนองนั้น

แต่ครั้งนี้สิ ไม่เหมือนครั้งก่อน เพระอาการนี้มันสะกดใจ
ปล่อยสติให้เตลิดไปไม่อยู่กับตัว นานเอาหลายนาทีเหมือนกัน
นับว่านานที่สุดเท่าที่มีมา

อะไรล่ะ ที่ส่งผลรุนแรงต่อจิตใจขนาดนั้น
แขนขาแทบไม่มีแรง สมองชา
มืดแปดด้าน มันเป็นยังไงก็เพิ่งรู้ก็ครั้งนี้

แฟนบอกเลิก…ดูเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่
ถูกสะกดรอยตาม…คนนั้นคงคิดผิดมาก ยังไม่ใช่
โดนปล้นจี้…ก็ยังไม่ใช่
เสียของรัก…เข้าท่าแต่ก็ยังไม่ใช่

จริงๆไม่มีอะไรเลย มันก็แค่คำพูด
2-3 ประโยคแค่นั้นจริงๆ

“คุณคงรู้ว่าสถานการณ์ภายในออฟฟิสเป็นยังไง”
ได้ยินแค่นี้ก็รู้แล้วว่า…ตาฝรั่งหัวแดงจะบอกอะไรต่อ

“แผนกเราโดนผลกระทบครั้งนี้ด้วย…
และเราจำเป็นที่ต้องปลดคนออก..”

แค่นี้ใช่มั้ยที่แกเรียกชั้นเข้ามาบอก
จะบอกว่าชั้นถูกล็อตเตอรี่ล่ะสิ
เลขที่ออก ถึงมาตกที่ชั้นเนี่ยยยย
ในใจแอบเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า
เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ข่มใจยอมรับ แล้วเดินออกมา
อย่างไม่ตีโพยตีพาย ประหนึ่งว่า ชั้นเฉยๆ

หลังจากเดินออกมาจากห้องเชือด จะเรียกแบบนั้นก็ได้
ความรู้สึกอิสระ ปลดปล่อย ช็อค
มันปนเปกันมั่วไปหมด…

ใจจริงก็เบื่องานมาเต็มแก่ แต่ยังประวิงเวลา
กินเงินเดือนไปก่อน เศรษฐกิจแบบนี้
มีแต่คนบอกว่ามีงานก็ทำไปเหอะ ดีกว่าตกงาน

ก็เลยทำแบบทนๆไป จนในที่สุดทางเลือก
มันก็มักเดินทางเข้ามาหาเราเอง
โดยที่ไม่ต้องตัดสินใจเลย

คิดไปแล้วก็ดีเหมือนกัน
หลายโครงการสารพัดในสมอง
ได้แต่คิดและคิด ไม่เริ่มทำสักที

…การตัดสินใจที่จะทิ้งงานและเงินที่ได้ประจำ
เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ทำอะไรที่รักและชอบด้วยตัวเอง
มันก็คงยาก ความสำเร็จกับความล้มเหลว
อยู่ใกล้กันเพียงพลิกฝ่ามือ หลายคนเลยไม่พร้อม
ที่จะสี่ยง ได้แต่ผลัดวันไปเรื่อยๆ รอและรอเวลาวันนั้น

ช็อค ตกใจ อึ้ง… เกิดขึ้นฉับพลัน
แต่มันก็หายไปในทันทีได้เหมือนกัน
คุ้มเกินคุ้ม เพื่อแลกกับ อิสระ สบายใจ
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นนายของตนเองท้าทายกว่า

ทางเลือกมีอยู่เสมอ
คำตอบก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
เพียงแต่เราจะเป็นผู้ค้นพบเอง
หรือไม่ต่างหาก…

ใครว่าตกงานแล้วไม่มีความสุข
ขอบอกว่าไม่จริงเล้ยยย :D





รู้หรือไม่ว่า…

17 09 2008

รู้ไว้ใช่ว่า เรื่องบางเรื่องอาจใกล้ตัวและบางเรื่องอาจไกลจัง
แต่ความรู้ ย่อมทำให้เราฉลาดขึ้นอีกนิด…อย่างน้อยรู้แล้วเอาไปทดสอบกับเพื่อนๆ
ให้มันทึ่งในความสู่รู้ของเราไง…555

- “Pneumonoultramicroscopicsilicovolcanoconiosis” คือคำศัพท์ที่ยาวที่สุด
ที่พบในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า โรคปอดชนิดหนึ่งที่เกิดจากการหายใจเอา
เขม่าฝุ่นควันจากภูเขาไฟเข้าไป… คำนี้คงไม่อยู่ในสมองเราแน่ๆ

- คำภาษาอังกฤษที่ยาวที่สุด ที่มีใช้ลำดับของตัวอักษรเรียงกันคือคำว่า “Almost” .. ไม่ยักรู้แฮะ

- มีมดทุกๆ 1 ล้านตัว ต่อ ประชากร 1 คน … ขนลุกมั้ยล่ะ

- ใครจะรู้ว่า ชาร์ลี แชปลิน เคยชนะได้รางวัลที่ 3 ในการประกวดคนเหมือน ชาร์ลี แชปลิน!!

- 98% ของฆาตกรฆ่าข่มขืน มาจากคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดของเหยื่อนั่นเอง
… ระวังตัวไว้นะสาวๆ คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้แม้แต่คนใกล้ตัว!

- เอาใจคนชอบจั่วนิดนึง… สังเกตมั้ยว่าภาพกษัติรย์ในสำรับไพ่ที่เราเล่นกัน
คือตัวแทนของกษัตริย์องค์ไหนบ้าง ซึ่งก็มี 4 พระองค์ ด้วยกัน คือ โพธิ์ดำ = คิงส์เดวิด
ดอกจิก = อเล็กซ์ซานเดอร์มหาราช โพธิ์แดง = พระเจ้าชาร์ลเลห์แมน หลามตัด = พระเจ้าซีซาร์
..เพิ่งรู้เหมือนกัน จากนี้ไปคงไม่จั่วดูแต่ดอกเท่านั้นนะ

- โดยเฉลี่ยแล้วมนุษย์เราใช้เวลาราวๆ 2 ปี ในการคุยโทรศัพท์ตลอดชีวิต
…มนุษย์เป็นสัตว์ขี้เหงา และสังคมจัดจริงๆ

- กระเพาะอาหารจะผลิตเยื่อบุเป็นชั้นๆในทุกๆ 2 อาทิตย์ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมมันไม่ย่อยตัวเอง

- คนส่วนใหญ่ถึง 92% ที่ไม่เคยเชื่อคำห้ามที่ว่า “อย่าคิดลองเลียข้อศอกคุณเลย มันไม่เวิร์คหรอก”
.. อ๊ะๆๆลองแล้วล่ะดิ ก็บอกแล้ว ยังจะทำอีกนะ

- ใครจะรู้ว่า แท้จริงแล้ว วอลซ์ ดิสนีย์ กลัวหนูเป็นที่สุด

- ยีราฟและหนูสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานโดยไม่มีน้ำ นานมากกว่าอูฐเสียอีก
… โอวววนึกว่าอูฐมาตลอดเลยนะ

- ชื่อของ “ฮิปโปโปเตมัส” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคำว่า “ฮิปโป” หมายถึง ม้า และ
“โปเตมัส” หมายถึง แม่น้ำ …มีเหตุผล

- ดวงตาของเจ้านกกระจอกเทศมีขนาดใหญ่กว่าสมองมันอีก…เหมือนคนบางคนด้วยล่ะมั้ง

- สมองมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้ว ยังคงส่งคลื่นไฟฟ้าออกมายาวนานถึง 37 ชม…ใครจะพิสูจน์บ้างอ่ะ

- กำไรของร้านแมคโดนัลด์กว่า 40% นั้นมาจากการขายเมนู แฮปปี้มีล..เราก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น

- จิงโจ้จะกระโดดก็ต่อเมื่อหางมันแตะหรือสัมผัสโดนพื้น!!…ตื่นตูมยิ่งกว่าน้องต่ายนะเนี่ย





spinning

26 09 2007

หมุน

หมุน

มองพัดลมเพดาน หมุนไปมา ก็เย็นดี

สายแล้วขี้เกียจตื่น…

ถ้าโลกหยุดหมุน มันจะเป็นยังไงน๊อ

แค่โลกร้อนก็แย่พอแล้วเนอะ หยุดหมุนล่ะก็คง…คิดเอาเองล่ะกัน

ยังไงต้องตื่นหมุนตัวเองไปหมุนชนคนอื่นในสังคมต่อไปอยู่ดี

หาวววววววว